THOUSANDS OF FREE BLOGGER TEMPLATES

lovely dogs

Sienna on the Mend 12/19/08

Thursday, December 31, 2009

Happy new year 2010...justice is not inside civil labor!!!!!









it is not easy for negotiate inside group of civil for tearing ancient cultural value in governance management...so do not talk about how to prevent criminal or other justice...community development is not public organization...no feel free in lead or direct the REAL way of justice inside knowledge community centre...the interior is not free from political policy influence...tough to promote or build real realize for do in rules of law of justice area....but maybe....next life??????


sugar and happy new year day...happy for all 2010!!!!!!!!!!!!!!!!!


แรงงานดันรัฐรับรองอนุสัญญา ILO 87 และ 98 เปิดทางแรงงานรวมตัวต่อรอง

6 สภาองค์การลูกจ้าง ร่วมกับคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ผนึกกำลังเรียกร้องให้รัฐรับอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ98

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552 องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) โซลิดาลิตี้เซ็นเตอร์ (Solidarity Center) มูลนิธิฟรีคริค เอแบร์ท และคณะทำงานผลักดันอนุสญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ได้จัดเสวนาเรื่อง “ถึงเวลารัฐไทยต้องให้สัตยาบันอนุสัญญา 87 และ 98” โดยมีผู้เข้าร่วมราว 200 คน

นายยงยุทธ์ เม่นตะเภา ประธานสหพันธ์แรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย นำเสนอว่า ปัญหาของผู้ใช้แรงงาน ยังมีปัญหาการเลิกจ้าง การกลั่นแกล้ง ให้อยู่นอกโรงงาน ใช้วิธีการต่างๆในการที่จะเลิกจ้างหรือบีบให้ต้องลาออก บางสหภาพแรงงานก็ถูกนายจ้างแทรกแซง ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากการที่รัฐละเลยในการทำหน้าที่ และนายจ้างเองไม่เคารพสิทธิในการรวมตัว เจรจาต่อรองของลูกจ้าง แนวทางรัฐควรมีการรับรองอนุสัญญา 87 และ 98 เรื่องสิทธิเสรีภาพในการรวมตัวเจรจาต่อรอง เพื่อให้ลูกจ้างมีสิทธิในการรวมตัวกันเป็นสหภาพแรงงาน มีสิทธิในการเจรจาต่อรองอย่างมีศักดิ์ศรี และได้รับการยอมรับจากนายจ้าง และรัฐอย่างเท่าเทียม เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างนายจ้างลูกจ้าง
นายอาทิตย์ อิสโม รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานได้กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้มีการแก้ไขกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 หากเมื่อรัฐบาลมีการรับรองอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับนี้เมื่อไหร่ก็สามารถปฏิบัติได้เลย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการนำร่างกฏหมายที่แก้ให้ทางผู้เชี่ยวชาญ ILO ได้ตรวจสอบ เพื่อให้ความสอดคล้อง ไม่ต้องแก้ไข หรือปรับปรุงใหม่เมื่อมีการรับรองอนุสัญญา ILO 87 และ 98 ซึ่งปัจจุบันกระทรวงแรงงานดูแลแรงงานเพียง 9 ล้านคน ที่มีกฎหมายคุ้มครอง อีก 15 ล้านคน เป็นข้าราชการและ 22 ล้านคนเป็นแรงงานอิสระ หรือแรงงานนอกระบบ ซึ่งทางกระทรวงแรงงาน ก็ต้องหาแนวทางในการดูแลและคุ้มครอง ให้สามารถมีสิทธิเสรีภาพตามอนุสัญญา ILO ด้วย ซึ่งอาจมีนายจ้างหรือไม่มีนายจ้าง การเจรจาต่อรองก็ยังต้องดูวัตถุประสงค์ด้วย เพื่อให้ปฏิบัติได้จริง ทั้งนี้แนวทางการรับรองอนุสัญญาจะต้องมีการตกลงกันระหว่างนายจ้าง รัฐ และรัฐบาลต้องนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรี เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาลนำเสนอเพื่อรับรองอนุสัญญา ILO
ดร.วีรชัย ถาวรทนต์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงาน เป็นผู้ดำเนินการเตรียมการรับรองอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับ โดยต้องอยู่บนหลักการ คือ 1. ต้องทำได้จริง 2. มีประสิทธิภาพ 3. มีประโยชน์ที่ยั่งยืนกับผู้ใช้แรงงานอย่างแท้จริง
ตนคิดว่าทางกระทรวงแรงงานคงจะจัดทำแนว ทางในการรับอนุสัญญา และแก้ไขกฎหมายแล้วเสร็จในเร็ววันนี้ เพราะในส่วนของรัฐบาลนั้นมีความพร้อมที่จะเสนอให้รับรองอนุสัญญา 87 และ98 เรื่องสิทธิเสรีภาพในการรวมตัว และการเจรจาต่อรอง เนื่องจากรัฐบาลส่งเสริมเรื่องสิทธิ และเสรีภาพ การสร้างระบบประชาธิปไตย
การที่ยังไม่มีการรับรองอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับ ก็เพื่อให้ทั้งสองฝ่าย คือนายจ้างและลูกจ้างได้พูดคุยทำความเข้าใจกันมากขึ้น และในส่วนของนายจ้างที่กลัวการรวมตัวและเจรจาต่อรองของลูกจ้าง ก็อาจมีความเข้าใจเรื่องสิทธิลูกจ้างมากขึ้น
นางศิริวรรณ ร่มฉัตรทอง เลขาธิการสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย นำเสนอว่า ในฐานะนายจ้าง คิดว่าการรับรองอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับนั้นไม่ได้น่ากลัวอะไร ตนคิดว่าการที่ลูกจ้างมีการรวมตัวกันเพื่อต่อรองก็ดี เพราะนายจ้างจะได้ไม่ต้องพูดคุยกับคนงานทีละคน แต่การรวมตัวของลูกจ้างก็ต้องดูด้วยว่าต้องไม่กระทบต่อสิทธิคนอื่น เช่นการเดินขบวนปิดถนน ซึ่งมีคนเดือดร้อนเช่นกัน ในการรับรองนั้นที่เห็นด้วยมากคือฉบับที่ 98 คือสิทธิในการรวมตัวเป็นองค์กร ในส่วนของฉบับที่ 87 นั้น ก็ยังคงเห็นด้วยบ้าง แต่ก็ยังลังเลอยู่ว่า ควรรับเลยหรือไม่ แต่ก็เข้าใจว่าคงถึงเวลาแล้ว
นายพง ชุนอาห์น องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) กล่าวว่า การรับรองอนุสัญญามี 3 ข้อ คือ 1. ต้องมีข้อยุติ มีจุดร่วมระหว่างนายจ้างลูกจ้างและรัฐ 2. ขบวนการทางกฎหมาย ว่ามีอุปสรรคปัญหาอยู่ ประเทศไทยมีแรงงานข้ามชาติอยู่จำนวนมาก ที่รัฐไทยยังไม่ให้สิทธิในการรวมตัว ชุมนุมประท้วง และยังมีแรงงานที่อยู่นอกระบบที่ไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายแรงงาน 3. การให้สัตยาบันรัฐบาลต้องมีการรายงานที่ดี และต้องไม่มีปัญหาเรื่องการรวมตัวเจรจาต่อรองของสหภาพแรงงาน กับนายจ้าง
ต่อมาได้มีการประชุมวางแผนงานในการเคลื่อนไหวรณรงค์ เพื่อผลักดันให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญา 87 และ98 ในวันที่ 7 ตุลาคม 2552 โดยนัดรวมตัวกันที่สำนักงานสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน เวลา 10.00 น. คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 3,000 คน
http://www.prachatai.com/journal/2009/10/26087
http://www.lawamendment.go.th/ow.asp?ID=2096

The Commission on Crime Prevention and Criminal Justice

The Commission, which arose from a ministerial meeting held in Versailles in 1991, is a subsidiary body of the Economic and Social Council. It was preceded by a more technically focussed Committee on Crime Prevention and Control, formed in 1971 to replace an earlier expert advisory committee and tackle a broadened scope of UN interest in criminal justice policy. The Economic and Social Council, on the recommendation of the General Assembly, established the Commission by its resolution 1992/1, entitled "Establishment of the Commission on Crime Prevention and Criminal Justice," and provided for the Commission's mandates and priorities in its resolution 1992/22, entitled "Implementation of General Assembly resolution 46/152 concerning operational activities and coordination in the field of crime prevention and criminal justice." Its mandated priority areas are:

  • international action to combat national and transnational crime, including organized crime, economic crime and money laundering;
  • promoting the role of criminal law in protecting the environment;
  • crime prevention in urban areas, including juvenile crime and violence; and
  • improving the efficiency and fairness of criminal justice administration systems.

Aspects of these principal themes are selected for discussion at each annual session of the Vienna-based Commission.

The Commission develops, monitors and reviews the implementation of the United Nations Crime Prevention and Criminal Justice programme and facilitates the coordination of its activities. The Commission provides substantive and organizational direction for the quinquennial United Nations Congress on Crime Prevention and Criminal Justice. The United Nations Crime Prevention and Criminal Justice Programme Network supports the implementation of the United Nations Crime Prevention and Criminal Justice programme and contributes to the work of the Commission. The Commission acts as the governing body of the United Nations Crime Prevention and Criminal Fund, the United Nations fund that provides resources for promoting technical assistance in the field of crime prevention and criminal justice carried out by the United Nations Office on Drugs and Crime.

Meetings in 2010:

Meetings in 2009:

Meetings in 2008:








http://www.oja.go.th/doc/Lists/doc1/Attachments/375/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E.pdf

http://www.oja.go.th/doc/Lists/doc1/DispForm.aspx?ID=375

ผลการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 18

กระทรวงการต่างประเทศ -- อังคารที่ 21 กรกฎาคม 2009 14:07:03 น.
กรุงเทพ--21 ก.ค.--กระทรวงการต่างประเทศ



ผลการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทาง อาญา (Commission on Crime Prevention and Criminal Justice — CCPCJ) สมัยที่ 18

สำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม (United Nations Office on Drugs and Crime — UNODC) ได้จัดการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทาง อาญา (Commission on Crime Prevention and Criminal Justice — CCPCJ) สมัยที่ 18 ระหว่างวันที่ 16-24 เมษายน 2552 ณ Vienna International Centre กรุงเวียนนา โดยมีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

วัตถุประสงค์หลักของ UNODC ในการจัดการประชุมคณะกรรมาธิการฯ คือ เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการอนุวัติการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อ ต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและพิธีสารแนบท้าย อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต และตราสารระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการก่อการร้าย นอกจากนี้ UNODC ยังได้ใช้โอกาสการประชุมคณะกรรมาธิการฯ เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ที่ยังไม่ได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฉบับต่างๆ รีบดำเนินการเข้าเป็นภาคี โดยได้จัด special treaty event เพื่อเปิดโอกาส

ให้ประเทศต่างๆ ยื่นสัตยาบันสารหรือภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่างๆ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการเตรียมการและสารัตถะสำหรับการประชุมสหประชา ชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (United Nations Congress on Crime Prevention and Criminal Justice) ซึ่งกำหนดจะจัดขึ้นทุก 5 ปี โดยล่าสุดสมัยที่ 11 จัดขึ้นที่ประเทศไทยเมื่อปี ค.ศ. 2005 และสมัยที่ 12 กำหนดจะจัดขึ้นที่ประเทศบราซิลใน ปี ค.ศ. 2010

บทบาทของคณะผู้แทนไทย ในการประชุมคณะกรรมาธิการฯ สมัยที่ 18 นี้ คณะผู้แทนไทยเน้นสร้างความตระหนักเกี่ยวกับประเด็นการต่อต้านความรุนแรงต่อ สตรีและการดูแลผู้ต้องขังหญิง และให้ประเทศไทยมีบทบาทนำในเรื่องดังกล่าว โดย

1. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงได้รับเกียรติให้กล่าวพระดำรัสในช่วงพิธีเปิดการ ประชุม โดยทรงเน้นความสำคัญของการดูแลผู้ต้องขังหญิง รวมทั้งเด็กติดผู้ต้องขัง และการยกร่างข้อกำหนดสหประชาชาติ สำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง รวมทั้งทรงเชิญชวนให้ประชาคมระหว่างประเทศให้ความสำคัญต่อปัญหาความรุนแรง ต่อสตรี ซึ่งในเรื่องนี้ นาย Antonio Maria Costa ผู้อำนวยการบริหารของ UNODC ได้จัดพิธีทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญเกียรติยศ (Medal of recognition) ของ UNODC เนื่องจากทรงมีพระกรณียกิจเป็นที่ประจักษ์ในการต่อต้านความรุนแรงต่อสตรี

2. กระทรวงยุติธรรมได้จัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่โครงการ ELFI (Enhancing Lives of Female Inmates) ในพระดำริฯ ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมได้จัดการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 — 6 กุมภาพันธ์ 2552 เพื่อร่างข้อกำหนดสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ และมาตรการที่ไม่ใช้การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง (Draft United Nations Rules for the Treatment of Women Prisoners and Non-Custodial Measures for Women Offenders)

3. คณะผู้แทนไทยได้เสนอร่างข้อมติ (draft resolution) เกี่ยวกับร่างข้อกำหนดสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงฯ ซึ่งมีสาระสำคัญอ้างถึงมาตรฐานต่างๆของสหประชาชาติที่เกี่ยวกับการปฏิบัติ ต่อผู้ต้องขังและเน้นถึงความสำคัญของการดูแลผู้ต้องขังหญิง รวมทั้งได้เสนอให้มีการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเพื่อทบทวนร่างข้อกำหนดดัง กล่าว ภายในปี พ.ศ.2552 โดยที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ รับรองร่างข้อมติที่ไทยเสนอโดยฉันทามติ และมีประเทศร่วมอุปถัมภ์(co-sponsor) ได้แก่ บราซิล สาธารณรัฐเช็กในนามสหภาพยุโรป สหรัฐฯ แคนาดา ญี่ปุ่น จีน ฟิลิปปินส์ เอกวาดอร์ โคลอมเบีย เวเนซูเอลา แอฟริกาใต้ และซูดาน

4. ผู้แทนไทยยังได้กล่าวถ้อยแถลงในวาระการประชุมต่างๆ โดยพันตำรวจเอกสีหนาท ประยูรรัตน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รักษาราชการแทนเลขาธิการฯ ได้รับเลือกเป็นผู้อภิปรายหลักของกลุ่มเอเชียในหัวข้อการฉ้อโกงทางเศรษฐกิจ และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ (Economic fraud and identity-related crime) และนายวิทยา สุริยะวงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม ได้รับเลือกเป็นผู้อภิปรายหลักในหัวข้อการปฏิรูประบบการลงโทษและการลดความ แออัดในทัณฑสถาน (Penal reform and the reduction of prison overcrowding, including the provision of legal aid in criminal justice systems) นอกจากนี้ ในวาระเกี่ยวกับการเข้าเป็นภาคีและอนุวัติการอนุสัญญาสหประชาชาติต่อต้าน องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและพิธีสารแนบท้าย นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ รองอัยการสูงสุด ได้กล่าวถ้อยแถลงเกี่ยวกับความคืบหน้าของประเทศไทยในเตรียมการเข้าเป็นภาคี อนุสัญญาดังกล่าว และในวาระเกี่ยวกับการปฏิรูประบบการลงโทษและการลดความแออัดในทัณฑสถาน นายอรรณพ บุราณเศรษฐ (ผู้อำนวยการกองสนธิสัญญา) ได้กล่าวถ้อยแถลงเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความแออัดในทัณฑสถานของประเทศไทย



กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ โทร. 643-5170 โทรสาร. 643-5169 E-mail : div0704@mfa.go.th--จบ--


ยธ.เตรียมความพร้อม ประชุม UN ครั้งที่ ๑๒

เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๐๐ น. นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานระดับชาติเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ครั้งที่ ๑๒ ณ ห้องประชุมแกรนด์ A โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

สาระสำคัญของการประชุมในครั้งนี้ คือ การเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ครั้งที่ ๑๒ ซึ่งประกอบด้วยระเบียบวาระด้านสารัตถะ และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ดังนี้

- ระเบียบวาระด้านสารัตถะ ประกอบด้วย

๑. เด็ก เยาวชน และอาชญากรรม

๒. การให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคในการเข้าเป็นภาคีและอนุวัติกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย

๓. การทำให้แนวปฏิบัติของสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมมีผลในเชิงปฏิบัติ

๔. มาตรการด้านความยุติธรรมทางอาญาต่อปัญหาการลักลอบนำคนต่างด้าวเข้าเมือ

๕. ความ ร่วมมือระหว่างประเทศว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการฟอกเงินตามแนวทางของกฎหมาย ระหว่างประเทศของสหประชาชาติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและมีอยู่แล้ว

๖. พัฒนาการในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยผู้กระทำผิดและโดยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามอาชญากรรม รวมทั้งกรณีของอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ต

๗. การเพิ่มความแข็งแกร่งของความร่วมมือระหว่างประเทศในการจัดการกับปัญหาที่เกี่ยวกับอาชญากรรม : แนวทางที่มีผลในเชิงปฏิบัติ

๘. มาตรการด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาต่อความรุนแรงต่อคนต่างด้าว

- การประชุมเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย

๑. การศึกษาด้านความยุติธรรมทางอาญาระหว่างประเทศสำหรับหลักนิติธรรม

๒. การสำรวจแนวปฏิบัติที่ดีของสหประชาชาติและอื่นๆ ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในกระบวนการยุติธรรม

๓. แนวทางที่มีผลในเชิงปฏิบัติในการป้องกันอาชญากรรมในชุมชนเมือง

๔. ความเชื่อมโยงระหว่างการลักลอบค้ายาเสพติดกับอาชญากรรมองค์กรในรูปแบบอื่นๆ : มาตรการเชิงประสานงานระหว่างประเทศ

๕. ยุทธศาสตร์และแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการกับความแออัดในทัณฑสถาน

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ยังได้กล่าวย้ำกับผู้เข้าร่วมประชุมให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เตรียมข้อมูลต่างๆ ให้พร้อม และหารายละเอียดต่างๆ มาให้ได้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ครั้งที่ ๑๒ ที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย








ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :

ลืมรหัสผ่าน
ดูทั้งหมด>>

http://www.moj.go.th/th/cms/detail.php?id=11299

http://library.bu.ac.th/search/opac/ResultSearch.cfm?aSearchBy=S&aTextSearch=%A1%C3%D0%BA%C7%B9%A1%D2%C3%C2%D8%B5%D4%B8%C3%C3%C1%B7%D2%A7%CD%D2%AD%D2--%A1%D2%C3%BB%C3%D0%AA%D8%C1&aIsAdvance=Yes

Commission on Crime Prevention and Criminal Justice

Nineteenth session (Vienna, Austria, 17-21 May 2010)

Information for Participants

http://www.unodc.org/unodc/en/commissions/CCPCJ/session/19.html


http://www.unodc.org/unodc/en/commissions/CCPCJ/index.html

0 comments:

Me and local product festival.

Me and local product festival.
nice

commune